UpdraftPlus คืออะไร ทำไมเป็น Backup Plugin ยอดนิยมที่สุดในโลก
UpdraftPlus เป็น WordPress Backup Plugin ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 3 ล้านเว็บไซต์และมียอดดาวน์โหลดสะสมเกิน 100 ล้านครั้งจาก WordPress.org Plugin Directory ได้รับการพัฒนาและดูแลโดย UpdraftPlus.com ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์จากสหราชอาณาจักรที่มีประสบการณ์ด้าน WordPress Backup มากกว่า 10 ปี
สิ่งที่ทำให้ UpdraftPlus โดดเด่นกว่า Backup Plugin อื่นในตลาดคือความสมดุลระหว่างความง่ายในการใช้งานและความครอบคลุมของฟีเจอร์ ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคสามารถตั้งค่า Automatic Backup ไปยัง Google Drive ได้ภายใน 10 นาที ขณะที่ผู้ใช้ขั้นสูงก็สามารถตั้งค่า Multi-Destination Backup, Encryption, Incremental Backup และ Remote Management ได้ครบถ้วน
ทำไมต้อง UpdraftPlus: ฟรีสำหรับฟีเจอร์หลัก, Backup อัตโนมัติไปยัง Google Drive / Dropbox / Amazon S3 / FTP ได้ทันที, Restore ได้ด้วยคลิกเดียวจาก Dashboard, ไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค, มี Community ขนาดใหญ่และ Support ที่ Active
หลักการสำคัญของ Backup ที่ดีคือกฎ 3-2-1 นั่นคือ เก็บ Backup อย่างน้อย 3 ชุด บน Media ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 ประเภท และต้องมีอย่างน้อย 1 ชุดที่อยู่ Off-site (ไม่ใช่บน Server เดียวกับเว็บ) UpdraftPlus ช่วยให้ทำตามกฎ 3-2-1 นี้ได้อย่างง่ายดายผ่านการส่ง Backup ไปยัง Cloud Storage ภายนอกโดยอัตโนมัติ
ความน่าเชื่อถือของ UpdraftPlus ยังมาจากการที่ WordPress Core Team เองก็แนะนำให้ใช้ Plugin นี้ในเอกสาร Official Documentation ของ WordPress.org อีกด้วย นอกจากนี้ Plugin ยังได้รับการอัพเดทสม่ำเสมอทุกเดือนและรองรับ WordPress เวอร์ชันล่าสุดเสมอ
ติดตั้ง UpdraftPlus ทีละขั้นตอน
การติดตั้ง UpdraftPlus ทำได้ง่ายมากเหมือน WordPress Plugin มาตรฐาน ไม่ต้องมีความรู้เฉพาะทาง
- เข้าสู่ WordPress Admin Dashboard ของคุณ
- ไปที่เมนู Plugins → Add New
- ค้นหาคำว่า "UpdraftPlus" ในช่อง Search
- คลิก Install Now ที่ Plugin ชื่อ "UpdraftPlus WordPress Backup Plugin"
- รอให้ติดตั้งเสร็จ แล้วคลิก Activate
- หลัง Activate จะมี Banner ให้คลิกไปที่หน้า Settings ของ UpdraftPlus ได้เลย
หลัง Activate Plugin แล้ว ให้ไปที่ Settings → UpdraftPlus Backups ใน WordPress Admin Sidebar เพื่อเริ่มตั้งค่า ส่วนติดต่อผู้ใช้ของ UpdraftPlus แบ่งออกเป็น 5 Tab หลักได้แก่ Backup/Restore, Settings, Advanced Tools, Addons และ Premium/Free Tab
ทดสอบ Backup ทันทีหลังติดตั้ง: ไปที่ Tab "Backup/Restore" แล้วคลิกปุ่ม "Backup Now" เพื่อสร้าง Backup ครั้งแรก แม้จะยังไม่ได้ตั้งค่า Remote Storage Backup จะถูกเก็บที่ wp-content/updraft/ บน Hosting ของคุณก่อน ซึ่งสามารถ Download มาเก็บไว้ใน Local ได้
ตั้งค่า Backup Schedule อัตโนมัติ (Files + Database แยกกัน)
UpdraftPlus ให้ตั้งค่า Schedule ของ Files Backup และ Database Backup แยกจากกันอิสระ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญมากเพราะ Database มักเปลี่ยนแปลงบ่อยกว่า Files
Schedule สำหรับ Files (Themes, Plugins, Uploads)
ไปที่ Settings → UpdraftPlus Backups → Settings Tab ส่วน "Files backup schedule" มีตัวเลือก:
- Manual — ไม่มี Backup อัตโนมัติ ต้องทำด้วยตนเอง
- Every 4 hours, 8 hours, 12 hours — สำหรับเว็บที่ต้องการ Backup ถี่มาก
- Daily — เหมาะสำหรับเว็บ E-commerce
- Weekly — เหมาะสำหรับ Blog ที่ Content ไม่เปลี่ยนบ่อย
- Fortnightly / Monthly — สำหรับเว็บที่ Content แทบไม่เปลี่ยน
สำหรับ Blog ทั่วไปแนะนำ Weekly สำหรับ Files เพราะ Theme และ Plugin ไม่ได้อัพเดททุกวัน
Schedule สำหรับ Database
Database Backup ควรทำบ่อยกว่า Files เพราะ Database เก็บบทความ ความคิดเห็น สมาชิก และออเดอร์ทั้งหมด แนะนำ:
- Blog ที่โพสต์รายวัน — Database Backup ทุกวัน
- WooCommerce Store — Database Backup ทุก 6-12 ชั่วโมง
- Blog ที่โพสต์รายสัปดาห์ — Database Backup ทุกวัน (ปริมาณข้อมูลน้อย ไม่กระทบ Bandwidth มาก)
Backup Retention — เก็บ Backup กี่ชุด
ในช่อง "Retain this many scheduled backups" ให้ตั้งค่าจำนวน Backup ที่ต้องการเก็บไว้ เมื่อ Backup ชุดใหม่ถูกสร้าง ชุดเก่าสุดจะถูกลบอัตโนมัติ สำหรับ Google Drive ที่มี Storage 15GB ฟรี แนะนำเก็บไว้ 3-5 ชุด
เชื่อมต่อ Google Drive Backup ทีละขั้นตอน
Google Drive เป็น Remote Storage ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับ UpdraftPlus เพราะทุกคนมี Google Account และ Google Drive ฟรี 15GB ซึ่งมากเพียงพอสำหรับ Backup เว็บขนาดเล็กถึงกลาง
- ใน UpdraftPlus Settings Tab ส่วน "Choose your remote storage" เลือก Google Drive
- คลิก "Click here to authenticate with your Google account"
- Browser จะเปิดหน้า Google Login ให้ Login ด้วย Google Account ที่ต้องการใช้เก็บ Backup
- Google จะถาม Permission ให้ UpdraftPlus เข้าถึง Google Drive คลิก "Allow"
- Browser จะ Redirect กลับมาที่ WordPress แล้วแสดง "UpdraftPlus is now authenticated with Google Drive"
- คลิก Save Changes
ตำแหน่งใน Google Drive: UpdraftPlus จะสร้าง Folder ชื่อ "UpdraftPlus" ใน Google Drive ของคุณอัตโนมัติ ภายใน Folder นี้จะมี Sub-Folder ชื่อ Domain ของเว็บคุณ ซึ่งช่วยให้จัดการ Backup ของหลายเว็บได้ง่าย
หลังตั้งค่าแล้ว ให้ทดสอบด้วยการคลิก "Backup Now" แล้วเลือก "Only include in this backup Files" เพื่อทดสอบว่า Backup อัพโหลดไปยัง Google Drive ได้สำเร็จ จากนั้นไปตรวจสอบใน Google Drive ว่ามีไฟล์ Backup ปรากฏขึ้นในโฟลเดอร์ UpdraftPlus
ข้อควรระวัง: อย่าใช้ Google Account ส่วนตัวเดียวกับ Account หลักที่ใช้งานประจำวัน ควรสร้าง Google Account แยกต่างหากเพื่อใช้เก็บ Backup โดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา Storage เต็มหรือ Account ถูก Suspend
ตั้งค่า Dropbox และ Amazon S3 Backup
UpdraftPlus รองรับ Remote Storage หลายประเภทนอกจาก Google Drive ได้แก่ Dropbox, Amazon S3, Microsoft OneDrive (Premium), Backblaze B2, SFTP/FTP, Email และอีกหลายรายการ
Dropbox Backup
ในส่วน Remote Storage เลือก Dropbox จากนั้นคลิก "Authenticate with Dropbox" Browser จะ Redirect ไปยัง Dropbox เพื่อขอ Permission คลิก "Allow" แล้ว Browser จะกลับมาที่ WordPress พร้อม Confirmation ว่า Authenticate สำเร็จ Dropbox จะสร้าง Folder ชื่อ Apps/UpdraftPlus ใน Dropbox ของคุณอัตโนมัติ
Amazon S3 Backup
S3 เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการ Storage ที่ Scalable และ Durable สูง ขั้นตอนการตั้งค่า:
- สร้าง S3 Bucket ใน AWS Console พร้อม Policy ที่อนุญาตให้ UpdraftPlus อ่าน/เขียน Object
- สร้าง IAM User พร้อม Access Key และ Secret Key ที่มี S3 Permission
- ใน UpdraftPlus Settings เลือก Amazon S3 แล้วกรอก Access Key, Secret Key และ Bucket Name
- ระบุ Region ที่ตั้งของ S3 Bucket
- คลิก Test S3 Settings เพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อ
S3 มี Cost ประมาณ $0.023/GB/เดือน สำหรับ Standard Storage ซึ่งถูกกว่า Dropbox Business Plan มากสำหรับ Storage ปริมาณสูง
Multi-Destination Backup: UpdraftPlus Premium รองรับการส่ง Backup ไปยังหลาย Remote Storage พร้อมกัน เช่น ส่งไปทั้ง Google Drive และ Amazon S3 พร้อมกัน ช่วยให้มี Redundancy สูงขึ้น
ตั้ง Backup Retention — เก็บ Backup กี่ชุด
Backup Retention Policy คือการกำหนดว่าจะเก็บ Backup ไว้กี่ชุดก่อนที่ชุดเก่าสุดจะถูกลบออกอัตโนมัติ การตั้งค่านี้มีผลต่อทั้ง Storage ที่ใช้และความสามารถในการ Restore ย้อนหลังได้นานแค่ไหน
ตัวเลขที่แนะนำสำหรับแต่ละประเภทเว็บ
- Blog ส่วนตัว (Backup สัปดาห์ละครั้ง) — เก็บ 4 ชุด = ย้อนกลับได้ 1 เดือน
- เว็บธุรกิจ (Backup รายวัน) — เก็บ 7 ชุด = ย้อนกลับได้ 1 สัปดาห์
- WooCommerce Store (Backup ทุก 12 ชั่วโมง) — เก็บ 14 ชุด = ย้อนกลับได้ 7 วัน
- News Site (Backup รายวัน) — เก็บ 30 ชุด = ย้อนกลับได้ 1 เดือน
ในฟิลด์ "Retain this many scheduled backups" ของทั้ง Files และ Database ให้ใส่ตัวเลขตามที่ต้องการ จากนั้น UpdraftPlus จะลบ Backup เก่าสุดออกโดยอัตโนมัติเมื่อมี Backup ใหม่เข้ามาเกินจำนวนที่กำหนด
อย่าตั้งค่า Retention ต่ำเกินไป: การเก็บ Backup แค่ 1-2 ชุด มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะหากปัญหาเกิดขึ้นโดยที่คุณยังไม่รู้ตัว (เช่น Malware ที่ซ่อนอยู่หลายวันก่อนจะแสดงอาการ) Backup ทั้งหมดที่มีอยู่อาจถูก Malware ปนเปื้อนแล้วทั้งหมด
Restore Website จาก UpdraftPlus Backup ทีละขั้นตอน
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดของ UpdraftPlus คือความสามารถในการ Restore เว็บไซต์ทั้งหมดได้จาก WordPress Dashboard โดยไม่ต้องใช้ SSH หรือความรู้ FTP
ขั้นตอน Restore จาก Backup ที่มีใน Dashboard
- ไปที่ Settings → UpdraftPlus Backups → Backup/Restore Tab
- ในส่วน "Existing Backups" จะเห็นรายการ Backup ทั้งหมดที่มีอยู่
- เลือก Backup ที่ต้องการ Restore แล้วคลิกปุ่ม "Restore" ข้างๆ
- เลือกว่าต้องการ Restore อะไรบ้าง: Plugins, Themes, Uploads, Others, Database (เลือกได้ทีละส่วน)
- คลิก "Restore" ระบบจะ Download Backup จาก Remote Storage และเริ่ม Restore
- รอจนกว่าจะเห็นข้อความ "Restore successful!"
ขั้นตอน Restore เมื่อเว็บล่มสมบูรณ์ (ไม่สามารถเข้า Dashboard ได้)
หากเว็บล่มจนเข้า Dashboard ไม่ได้เลย ให้ทำตามขั้นตอนนี้:
- Download Backup Files จาก Google Drive หรือ Remote Storage ลงมาที่เครื่อง
- ติดตั้ง WordPress ใหม่บน Hosting ผ่าน DirectAdmin
- ติดตั้ง UpdraftPlus Plugin ใหม่ในการติดตั้ง WordPress ใหม่
- ไปที่ UpdraftPlus → Settings และใน "Upload backup files" อัพโหลด Backup ที่ Download มา
- ทำตามขั้นตอน Restore ตามปกติ
ทดสอบ Restore อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง: Backup ที่ไม่เคย Test มา คือ Backup ที่ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้จริงหรือไม่ ให้ใช้ Staging Environment หรือ Localhost เพื่อทดสอบ Restore จาก Backup ล่าสุดทุกปี
UpdraftPlus Migrate — ย้ายเว็บระหว่าง Domain/Hosting (Premium)
UpdraftPlus Premium มาพร้อมกับ UpdraftMigrator ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับย้ายเว็บ WordPress ระหว่าง Domain หรือ Hosting โดยอัตโนมัติ ซึ่งปกติเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องการความรู้ด้านเทคนิค
กรณีที่ต้องใช้ UpdraftMigrator
- ย้าย Hosting จากเจ้าหนึ่งไปยังอีกเจ้าหนึ่ง (เช่น ย้ายมาใช้ AsiaGB)
- เปลี่ยน Domain Name ของเว็บ
- Clone เว็บ Production ไปยัง Staging Environment
- ย้ายเว็บจาก Subdomain มาที่ Root Domain
- ย้าย Multisite Subsite ไปยัง Single Site
วิธีใช้ UpdraftMigrator
- ติดตั้ง UpdraftPlus Premium บน Site ต้นทางและปลายทาง
- บน Site ปลายทาง ไปที่ UpdraftPlus → Migrate/Clone
- เลือก "Migrate/Clone from another site (receive)"
- ระบบจะสร้าง Migration Key ให้
- บน Site ต้นทาง ใส่ Migration Key และ URL ของ Site ปลายทาง
- คลิก "Send" ระบบจะ Transfer ข้อมูลทั้งหมดพร้อม Search-and-Replace URL อัตโนมัติ
UpdraftMigrator รองรับ Database ขนาดใหญ่ได้ดีกว่า phpMyAdmin Export/Import ธรรมดา เพราะใช้การ Transfer แบบ Chunked ทำให้ไม่มี Timeout แม้เว็บจะมีข้อมูลจำนวนมาก
UpdraftPlus Free vs Premium ต่างกันอย่างไร
UpdraftPlus มีทั้งเวอร์ชัน Free และ Premium ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบฟีเจอร์หลัก
UpdraftPlus Free vs Premium
| ฟีเจอร์ | Free | Premium ($70/ปี) |
|---|---|---|
| Backup อัตโนมัติตามตาราง | ใช่ | ใช่ |
| Google Drive, Dropbox, S3 | ใช่ | ใช่ |
| OneDrive, Azure, Backblaze B2 | ไม่ | ใช่ |
| Restore จาก Dashboard | ใช่ | ใช่ |
| Multi-Destination Backup | ไม่ | ใช่ |
| Incremental Backup | ไม่ | ใช่ |
| UpdraftMigrator (ย้ายเว็บ) | ไม่ | ใช่ |
| WordPress Multisite | จำกัด | ครบ |
| Remote Console Management | ไม่ | ใช่ |
| Database Encryption | ไม่ | ใช่ |
| Priority Support | ไม่ | ใช่ |
| Number of Sites | 1 | 2-unlimited (ขึ้นกับ Plan) |
สรุปได้ว่า UpdraftPlus Free เพียงพอสำหรับเว็บส่วนใหญ่ที่ต้องการ Backup อัตโนมัติไปยัง Google Drive หรือ Dropbox ส่วน Premium จะคุ้มค่าเมื่อต้องการ UpdraftMigrator สำหรับย้ายเว็บ, Incremental Backup เพื่อประหยัด Storage หรือต้องการ Multi-Destination Backup เพื่อความ Redundancy สูงขึ้น
Best Practices: Backup กี่ครั้งต่อสัปดาห์ ควร Test Restore บ่อยแค่ไหน
การมี Backup Plugin ไม่เพียงพอ ต้องมีนโยบาย Backup ที่ชัดเจนและทดสอบสม่ำเสมอด้วย ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติที่แนะนำ
ความถี่ในการ Backup ที่แนะนำ
- Static Blog (โพสต์ทุก 1-2 สัปดาห์) — Files: รายสัปดาห์, Database: รายวัน
- Active Blog (โพสต์ทุกวัน) — Files: รายสัปดาห์, Database: ทุก 12 ชั่วโมง
- WooCommerce Store (ออเดอร์ต่อวัน) — Files: รายสัปดาห์, Database: ทุก 4-6 ชั่วโมง
- High-traffic News Site — Files: รายวัน, Database: ทุก 1-2 ชั่วโมง
ตาราง Test Restore ที่แนะนำ
- Blog ขนาดเล็ก — ทดสอบ Restore ปีละ 1 ครั้ง
- เว็บธุรกิจ — ทดสอบ Restore ทุก 6 เดือน
- WooCommerce Store — ทดสอบ Restore ทุก 3 เดือน
- Enterprise — ทดสอบ Restore ทุกเดือน บน Staging Environment
Checklist หลังตั้งค่า UpdraftPlus ครบแล้ว
- ทำ Backup ด้วยตนเองครั้งแรกและตรวจสอบว่าไฟล์ปรากฏใน Google Drive แล้ว
- ตั้งค่า Schedule อัตโนมัติทั้ง Files และ Database
- ทดสอบ Restore Backup ล่าสุดบน Local หรือ Staging
- ตั้งค่า Notification Email เพื่อรับแจ้งเตือนเมื่อ Backup เสร็จหรือล้มเหลว
- ตรวจสอบ Google Drive ว่า Backup ปรากฏขึ้นตาม Schedule ที่ตั้งไว้ทุกสัปดาห์
Troubleshooting: Backup ล้มเหลว, Google Drive Authorization Error, Restore ไม่ได้
ปัญหาที่พบบ่อยกับ UpdraftPlus และวิธีแก้ไข
ปัญหา: Backup ล้มเหลวกลางคัน (Timeout)
เกิดเมื่อเว็บมีขนาดใหญ่มากและ PHP มี Max Execution Time ต่ำ วิธีแก้: ไปที่ UpdraftPlus → Advanced Tools → Expert Settings แล้วลด "Split archives into files of" เหลือ 100MB เพื่อแบ่ง Backup เป็นไฟล์เล็กลง นอกจากนี้ยังสามารถขอให้ Hosting Provider เพิ่ม PHP Max Execution Time ผ่าน DirectAdmin
ปัญหา: Google Drive Authorization Error
เกิดเมื่อ Google OAuth Token หมดอายุหรือ Revoke วิธีแก้: ไปที่ Settings Tab ในส่วน Google Drive แล้วคลิก "Re-authenticate with Google" และทำ Authorization ใหม่อีกครั้ง หากยังไม่ได้ผลให้ลบ App ออกจาก Google Account Security → Third-party apps แล้ว Authorize ใหม่ตั้งแต่ต้น
ปัญหา: Restore ไม่สำเร็จ เจอ Error ระหว่างกระบวนการ
ตรวจสอบ PHP Memory Limit (ควรมีอย่างน้อย 256MB สำหรับเว็บขนาดกลาง) ตรวจสอบว่า Backup File ไม่เสียหาย (Checksum ตรงกัน) และตรวจสอบ WordPress Error Log ที่ wp-content/debug.log สำหรับ Error ที่ละเอียดกว่า
ปัญหา: Backup Email Notification ไม่มาถึง
ตรวจสอบว่า Hosting รองรับการส่ง Email ผ่าน PHP mail() ได้ หรือติดตั้ง SMTP Plugin เช่น WP Mail SMTP เพื่อส่ง Email ผ่าน Gmail หรือ SMTP Server อื่นที่เชื่อถือได้มากกว่า
ก่อนทำการ Restore WordPress จาก Backup แนะนำให้ตรวจสอบสุขภาพเว็บไซต์ด้วย dnsxray.com เครื่องมือฟรีที่ช่วยตรวจ SSL, DNS Record และ Security Headers เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บพร้อมใช้งานหลัง Restore
ต้องการ Hosting ที่เชื่อถือได้สำหรับ WordPress?
AsiaGB ให้บริการ Web Hosting และ VPS พร้อม DirectAdmin ที่ Backup ง่าย Restore ได้ทันที รองรับ UpdraftPlus และ Plugin ทุกประเภท
ดูแพ็กเกจ Hosting