
Yoast SEO เป็น Plugin ที่ติดตั้งมากที่สุดบน WordPress มากกว่า 10 ล้าน Active Installations ทั่วโลก ช่วยให้การ Optimize SEO ของแต่ละหน้าเป็นเรื่องง่ายแม้สำหรับผู้ไม่มีความรู้ด้าน Technical SEO
แต่การติดตั้ง Plugin ไว้เฉยๆ ไม่พอ ต้องตั้งค่าให้ถูกต้องด้วย บทความนี้จะพาคุณตั้งค่า Yoast SEO ทุกส่วนตั้งแต่ต้น พร้อมอธิบาย Feature ที่สำคัญแต่มักถูกมองข้าม
Yoast SEO คืออะไร ทำไมถึงนิยม
Yoast SEO เป็น Plugin ที่ช่วยให้เจ้าของเว็บ WordPress ทำ On-Page SEO ได้อย่างเป็นระบบ โดยมีฟีเจอร์หลักคือ:
- SEO Analysis — วิเคราะห์ความ SEO-Friendly ของแต่ละ Post/Page ด้วยสัญลักษณ์สีแดง/เหลือง/เขียว
- Readability Analysis — ตรวจสอบความอ่านง่ายของเนื้อหา เช่น ความยาวประโยค, ใช้ Passive Voice มากไปไหม
- XML Sitemap — สร้าง Sitemap อัตโนมัติพร้อมส่งให้ Google Search Console
- Social Media Preview — ตั้งค่า Open Graph สำหรับ Facebook และ Twitter Card
- Breadcrumbs — สร้าง Breadcrumb Navigation ที่ Google ใช้แสดงใน Search Result
ทำไม Yoast ยังนิยมกว่า Rank Math? แม้ Rank Math จะมีฟีเจอร์มากกว่า แต่ Yoast มี Track Record ยาวนานกว่า 15 ปี Documentation ภาษาไทยหาง่ายกว่า และ User Interface เรียบง่ายกว่าสำหรับมือใหม่
ติดตั้ง Yoast SEO
- ไปที่ WordPress Admin → Plugins → Add New Plugin
- ค้นหา
Yoast SEO - คลิก Install Now บน Plugin ชื่อ "Yoast SEO" โดย Team Yoast
- คลิก Activate
- Yoast จะแสดง Notice บน Dashboard เชิญให้รัน First-time Configuration
ติดตั้ง SEO Plugin ได้แค่ตัวเดียว ห้ามใช้ Yoast SEO และ Rank Math พร้อมกัน หรือ Yoast กับ All in One SEO พร้อมกัน จะทำให้ Sitemap ซ้ำกัน และ Meta Tags ขัดแย้งกัน
ตั้งค่าครั้งแรกผ่าน Configuration Wizard
Yoast SEO มี First-time Configuration Wizard ที่ถามข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเว็บ ไปที่ Yoast SEO → First-time configuration
ขั้นที่ 1: SEO Data Optimization
Yoast จะ Index เนื้อหาทั้งหมดในเว็บเพื่อให้ Feature ทำงานได้ดีขึ้น คลิก Start SEO data optimization แล้วรอจนเสร็จ (อาจใช้เวลาสักครู่บนเว็บใหญ่)
ขั้นที่ 2: ประเภทของเว็บ
เลือกว่าเว็บเป็นประเภทใด:
- Online store — ร้านค้าออนไลน์ WooCommerce
- Blog / News site — บล็อกหรือเว็บข่าว
- Business site — เว็บบริษัทหรือธุรกิจ
- Other personal website — เว็บส่วนตัวทั่วไป
ขั้นที่ 3: ข้อมูลองค์กร
กรอกชื่อองค์กร/บุคคล และอัปโหลด Logo ข้อมูลนี้ใช้สร้าง Organization Schema หรือ Person Schema ใน JSON-LD ซึ่ง Google ใช้แสดงใน Knowledge Graph
ขั้นที่ 4: Social Profiles
กรอก URL โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook Page, Twitter/X, Instagram ข้อมูลนี้จะถูกเพิ่มใน Schema Organization เพื่อเชื่อมเว็บกับโซเชียลมีเดีย
ตั้งค่า Search Appearance
ไปที่ Yoast SEO → Search Appearance เพื่อตั้งค่าว่าเว็บจะแสดงใน Google Search อย่างไร
General Tab
- Title separator — ตัวคั่นระหว่าง Title กับชื่อเว็บ เช่น
|หรือ-แนะนำใช้| - Site name — ชื่อเว็บที่แสดงต่อท้าย Title ทุก Page
- Homepage SEO title — ตั้ง Template:
%%sitename%% - %%tagline%%หรือกำหนดเอง - Homepage meta description — เขียน Description ของ Homepage ให้น่าสนใจ 120-160 ตัวอักษร
Content Types Tab
ตั้งค่าว่า Post Type ไหนให้ Google Index:
- Posts — แนะนำให้ Index (เนื้อหาหลัก)
- Pages — Index เฉพาะหน้าสำคัญ เช่น About, Contact, Service
- Media attachments — แนะนำ Redirect ไปยังไฟล์เพื่อไม่ให้ Google Index หน้า Attachment ที่ไม่มีประโยชน์
Taxonomies Tab
ตั้งค่า Category และ Tag:
- Categories — อาจ Index ถ้ามีเนื้อหาอธิบาย Category ดีๆ หรือ No-index ถ้า Category ไม่มีคุณค่า SEO
- Tags — แนะนำ No-index ถ้า Tag มีมากเกินไปหรือซ้ำกับ Category
Focus Keyphrase คืออะไร ใช้อย่างไร
Focus Keyphrase คือ Keyword หลักที่คุณต้องการให้ Post/Page นั้นติด Google ตามหลัก Yoast SEO จะวิเคราะห์ว่า Post ของคุณ Optimize Keyword นั้นได้ดีแค่ไหน
วิธีใส่ Focus Keyphrase
เปิด Post/Page ที่ต้องการ เลื่อนลงมาด้านล่าง Block Editor จะเห็น Yoast SEO Meta Box คลิก SEO tab แล้วกรอก Focus Keyphrase
สิ่งที่ Yoast SEO ตรวจสอบ
| รายการตรวจสอบ | ระดับความสำคัญ |
|---|---|
| Focus Keyphrase อยู่ใน Title (H1) | สำคัญมาก |
| Focus Keyphrase อยู่ใน Meta Description | สำคัญ |
| Focus Keyphrase อยู่ใน URL (Slug) | สำคัญ |
| Focus Keyphrase อยู่ใน Introduction (ย่อหน้าแรก) | สำคัญ |
| ความหนาแน่นของ Keyphrase (1-3%) | ปานกลาง |
| มี H2/H3 ที่ประกอบด้วย Keyphrase | ปานกลาง |
| รูปภาพมี Alt Text ที่มี Keyphrase | ปานกลาง |
| ความยาวเนื้อหาเพียงพอ (300+ คำ) | พื้นฐาน |
ตั้งค่า Social Preview ใน Yoast SEO
Yoast SEO ช่วยให้ตั้งค่า Open Graph (OG) และ Twitter Card ได้โดยตรงในแต่ละ Post/Page ผ่าน Meta Box โดยไม่ต้องแก้โค้ด
Open Graph สำหรับ Facebook และ LINE
ไปที่ Yoast SEO → Social เพื่อตั้งค่า Default OG Image ก่อนอื่น จากนั้นในแต่ละ Post/Page คลิกแท็บ Social ใน Yoast Meta Box:
- Facebook image — รูป OG เฉพาะของ Post นี้ ขนาดแนะนำ 1200×630px หากไม่ตั้ง Yoast จะใช้ Featured Image หรือ Default OG Image แทน
- Facebook title / description — ข้อความที่แสดงเวลา Share ลิงก์บน Facebook หรือ LINE ถ้าไม่กรอก ใช้ Meta Title/Description ปกติ
- Twitter title / image / description — ตั้งค่า Card แยกสำหรับ Twitter/X โดยเฉพาะ
ทำไมต้องตั้ง Social Preview? บทความที่มีรูป OG ที่ดึงดูดสายตาจะได้ Click-through Rate จาก Social Media สูงกว่าปกติ 3–5 เท่า และยังช่วย Brand Consistency เมื่อมีคนแชร์ลิงก์ด้วย
Schema Markup ใน Yoast SEO — ทำให้ได้ Rich Results
Yoast SEO สร้าง JSON-LD Schema Markup อัตโนมัติในทุกหน้า ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาและแสดงผลแบบ Rich Results ใน Search Results เช่น Star Rating, FAQ Dropdown, Breadcrumbs
Schema ที่ Yoast สร้างให้อัตโนมัติ
| ประเภทหน้า | Schema ที่สร้าง | Rich Result ที่อาจแสดง |
|---|---|---|
| Post / Article | Article + BreadcrumbList | Article card, Breadcrumbs ใน SERP |
| Page | WebPage + BreadcrumbList | Breadcrumbs ใน SERP |
| Product (WooCommerce) | Product + Offer | Price, Availability, Rating |
| Homepage | Organization / Person + WebSite + WebPage | Knowledge Panel (ถ้า Google เชื่อ) |
เพิ่ม FAQ Schema ด้วย Yoast Premium
Yoast SEO Premium รองรับ Block "FAQ" ใน Gutenberg ที่สร้าง FAQPage Schema อัตโนมัติ ทำให้ Google แสดง FAQ Dropdown ใน Search Results เพิ่ม Visibility โดยไม่ต้องเขียน JSON-LD เอง อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้ Yoast ฟรี สามารถเพิ่ม FAQPage Schema ด้วยมือใน Custom HTML Block ได้เช่นกัน
วิธีตรวจสอบ SEO Score ของแต่ละหน้า
หลังจากตั้งค่าครบแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือตรวจสอบ SEO Score ในแต่ละ Post/Page เพื่อแก้ไขจุดที่ยังขาด
ไฟจราจรใน Yoast
- สีแดง (Poor) — ยังขาดจุดสำคัญมาก เช่น ไม่มี Focus Keyphrase ใน Title หรือ Slug ต้องแก้ก่อน Publish
- สีส้ม/เหลือง (OK) — ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน แต่ยังปรับปรุงได้ เช่น ความหนาแน่น Keyword ต่ำเกินไป
- สีเขียว (Good) — Optimize ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอีก
อย่างไรก็ตาม สีเขียวทุกข้อ ≠ ติด Google แน่นอน เพราะ SEO ขึ้นกับ Backlinks, Authority ของโดเมน, ความเร็วเว็บ และ User Signals ด้วย Yoast แค่ช่วยให้ On-page Optimization ถูกต้อง
Yoast SEO Dashboard Overview
ไปที่ Yoast SEO → Dashboard จะเห็น Overview ของปัญหาทั้งเว็บ:
- Problems — สิ่งที่ต้องแก้ไขทันที เช่น เว็บตั้งค่าเป็น Noindex ทั้งหมด
- Notifications — การแจ้งเตือนทั่วไป เช่น ยังไม่ได้ตั้ง Separator
- Yoast Indexables — สถานะการ Index เนื้อหาภายใน Yoast เอง
นอกจากนี้ Yoast SEO ยังมีฟีเจอร์ Internal Linking Suggestions ที่แนะนำ Post อื่นบนเว็บที่ควรลิงก์ถึงกัน ช่วยสร้าง Internal Link Structure ที่ดีโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัย SEO ที่หลายเว็บมองข้ามไป การมี Internal Links ที่ดีช่วยให้ Google Bot ค้นพบหน้าใหม่ได้เร็วขึ้นและกระจาย Page Authority ทั่วทั้งเว็บ
Readability Analysis ของ Yoast
Yoast SEO ยังวิเคราะห์ความอ่านง่ายของเนื้อหา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ Google ใช้ในการประเมิน User Experience คลิกแท็บ Readability ใน Yoast Meta Box จะเห็นคะแนนและคำแนะนำ:
- Flesch Reading Ease — ยิ่งคะแนนสูง ยิ่งอ่านง่าย (เป้าหมาย > 60 สำหรับเนื้อหาทั่วไป)
- Passive Voice — ไม่ควรเกิน 10% ของประโยค
- Sentence Length — ประโยคยาวเกิน 20 คำมากกว่า 25% จะโดนแจ้งเตือน
- Paragraph Length — ย่อหน้าสั้นๆ ช่วยให้อ่านง่ายบนมือถือ
- Subheading Distribution — ควรมี H2/H3 ทุกๆ 300 คำ
XML Sitemap ที่ Yoast สร้างให้
Yoast SEO สร้าง XML Sitemap อัตโนมัติที่ yourdomain.com/sitemap_index.xml ซึ่งรวม Sitemap ย่อยสำหรับแต่ละ Post Type
ขั้นตอนส่ง Sitemap ให้ Google:
- ล็อกอิน Google Search Console (search.google.com/search-console)
- เลือกโดเมนของคุณ
- ไปที่ Sitemaps ในเมนูซ้าย
- พิมพ์
sitemap_index.xmlแล้วคลิก Submit
เคล็ดลับ: Yoast จะไม่รวม Post หรือ Page ที่ตั้งค่า Yoast → No-index ใน Sitemap อัตโนมัติ ซึ่งดีมาก เพราะ Sitemap ควรมีเฉพาะหน้าที่อยากให้ Google Index เท่านั้น
ตั้งค่า Breadcrumbs ใน Yoast SEO
Breadcrumbs ช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บ และอาจแสดงเป็น Breadcrumb ใน Search Result แทน URL ธรรมดา
เปิด Breadcrumbs ใน Yoast
- ไปที่ Yoast SEO → Search Appearance → Breadcrumbs
- เปิด Enable Breadcrumbs
- ตั้งค่า Separator, แสดงชื่อ Category/Tag ใน Breadcrumb
- เพิ่ม Breadcrumb ใน Theme Template โดยใส่โค้ดนี้ใน Child Theme:
<?php
if ( function_exists('yoast_breadcrumb') ) {
yoast_breadcrumb( '<nav class="breadcrumb">', '</nav>' );
}
?>
Rank Math vs Yoast SEO: เลือกตัวไหนดี
| ฟีเจอร์ | Yoast SEO | Rank Math |
|---|---|---|
| Focus Keyword | 1 (ฟรี) | 5 (ฟรี) |
| Schema Markup | พื้นฐาน | ครบมาก |
| Redirects | Premium เท่านั้น | ฟรี |
| Google Search Console Integration | Premium | ฟรี |
| UI ความง่าย | ง่ายกว่า | ซับซ้อนกว่า |
| Documentation ภาษาไทย | มากกว่า | น้อยกว่า |
| Track Record ความน่าเชื่อถือ | 15+ ปี | 2018-ปัจจุบัน |
สรุป: ถ้าเพิ่งเริ่มต้น Yoast SEO ฟรีเพียงพอสำหรับเว็บทั่วไป ถ้าต้องการ Schema ครบ, Redirects ฟรี และ GSC Integration แนะนำ Rank Math ฟรี แต่ไม่ควรเปลี่ยนไปมาบ่อยเพราะอาจ Meta ขัดแย้งได้ชั่วคราว
Hosting WordPress พร้อมรองรับ Yoast SEO เต็มรูปแบบ
AsiaGB Hosting รองรับ WordPress และ Plugin ทุกตัวรวมถึง Yoast SEO, LiteSpeed Cache ใช้ DirectAdmin, SSD Storage, SSL ฟรี เริ่มต้น 500 บาท/ปี
ดูแพ็กเกจ Hosting →