Minecraft Bedrock Edition คือเวอร์ชันที่ผู้เล่นบนมือถือ (iOS/Android), Windows 10/11, VR และคอนโซลใช้กันมากที่สุด เพราะเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้ในตัว ต่างจาก Java Edition ที่รันบนพีซีเป็นหลัก หากคุณอยากเปิดเซิร์ฟเวอร์ให้เพื่อนเข้ามาเล่นด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปิดเครื่องตัวเองทิ้งไว้ การเช่า VPS แล้วติดตั้ง Bedrock Dedicated Server อย่างเป็นทางการจาก Mojang คือทางเลือกที่คุ้มค่าและควบคุมได้เต็มที่ บทความนี้จะพาไปทีละขั้นบน Ubuntu ตั้งแต่เตรียมเครื่องจนถึงการดูแลระยะยาว
Bedrock Dedicated Server คืออะไร
Bedrock Dedicated Server (มักเรียกสั้น ๆ ว่า bedrock-server) เป็นซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการที่ Mojang แจกให้ฟรีสำหรับรันบน Linux และ Windows เพื่อรองรับไคลเอนต์ Bedrock ทั้งหมด ผู้เล่นจากมือถือ แท็บเล็ต Windows 10/11 และ VR สามารถเชื่อมต่อเข้าเซิร์ฟเวอร์เดียวกันได้ทันที นี่คือหัวใจของ crossplay ที่ทำให้ Bedrock เป็นที่นิยม
ข้อควรรู้สำคัญคือ เครื่องคอนโซล (Xbox, PlayStation, Nintendo Switch) มีข้อจำกัดในการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สาม โดยเฉพาะ Xbox ที่ Microsoft ไม่ได้เปิดช่องให้ใส่ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ภายนอกโดยตรงในเมนูมาตรฐาน ผู้เล่นคอนโซลจำนวนมากต้องใช้วิธีอ้อม เช่น แก้ค่า DNS บนเครื่อง ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการและอาจใช้ไม่ได้เสมอไป จึงควรแจ้งผู้เล่นในกลุ่มให้ทราบตามจริง
สรุปสั้น ๆ: Bedrock Server เหมาะที่สุดสำหรับกลุ่มเพื่อนที่เล่นบนมือถือและ Windows 10/11 พอร์ตหลักคือ 19132 UDP (ไม่ใช่ TCP) และซอฟต์แวร์รันได้เฉพาะสถาปัตยกรรม x86-64 เท่านั้น
ความต่างระหว่าง Bedrock กับ Java Server
ก่อนเริ่ม ควรเข้าใจว่า Bedrock และ Java เป็นคนละระบบนิเวศกันโดยสิ้นเชิง ปลั๊กอินและมอดของฝั่ง Java ใช้กับ Bedrock ไม่ได้เลย
| หัวข้อ | Bedrock Server | Java Server |
|---|---|---|
| ผู้เล่นที่รองรับ | มือถือ, Windows 10/11, VR, คอนโซล (มีข้อจำกัด) | PC (Windows/macOS/Linux) |
| โปรโตคอล/พอร์ต | 19132 UDP | 25565 TCP |
| ส่วนขยาย | Behavior/Resource Packs (Add-ons) | ปลั๊กอิน Bukkit/Spigot/Paper, มอด Forge/Fabric |
| ภาษาเขียนสคริปต์ | JavaScript API / JSON | Java |
| ความต้องการทรัพยากร | เบา ใช้ RAM น้อย | หนักกว่า ต้องใช้ JVM |
| สถาปัตยกรรม | x86-64 เท่านั้น | ทุกสถาปัตยกรรมที่มี JVM |
ฝั่ง Bedrock อย่างเป็นทางการยังไม่รองรับปลั๊กอินแบบ Bukkit ถ้าต้องการระบบปลั๊กอินยืดหยุ่นจริง ๆ ชุมชนนิยมใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือกอย่าง PocketMine-MP หรือ Nukkit แทน แต่จะแลกกับความเข้ากันได้ที่อาจตามเวอร์ชันเกมช้ากว่า สำหรับคนที่อยากให้ผู้เล่น Java และ Bedrock อยู่ร่วมเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน ต้องใช้พร็อกซีอย่าง Geyser + Floodgate ซึ่งเป็นหัวข้อขั้นสูงที่ควรศึกษาแยกต่างหาก
เตรียม VPS และข้อกำหนดเครื่อง
Bedrock Server เป็นซอฟต์แวร์ที่ค่อนข้างเบา VPS สเปกไม่สูงก็รันได้สบายสำหรับกลุ่มเพื่อนไม่กี่คน แต่มีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ
- ต้องเป็น x86-64 ตัวไบนารีของ Mojang คอมไพล์มาสำหรับ x86-64 เท่านั้น รันบน ARM ไม่ได้โดยตรง ต้องใช้ตัวจำลองอย่าง box64 ซึ่งซับซ้อนและประสิทธิภาพตก จึงควรเลือก VPS ที่เป็น x86-64 ตั้งแต่แรก
- ต้องมี glibc ควรใช้ดิสโทรอย่าง Ubuntu หรือ Debian ที่ใช้ glibc ไม่ใช่ Alpine ที่ใช้ musl
สำหรับสเปกโดยประมาณ ผู้เล่น 3-5 คนใช้ RAM ราว 1 GB ก็เพียงพอ ส่วน 10-20 คนควรเผื่อ 2 GB ขึ้นไป ด้านพื้นที่จัดเก็บ SSD ช่วยให้โหลดชังก์และเซฟโลกได้ลื่นขึ้น
ที่ AsiaGB มี VPS Linux เริ่มต้น 500 บาท/เดือน ใช้ดิสก์ SSD และการันตี uptime 99% จัดการผ่าน DirectAdmin เนื่องจาก Bedrock กินทรัพยากรน้อย แพ็กเกจ RAM ต่ำก็เพียงพอสำหรับเริ่มต้น ขอเพียงเลือกเครื่องที่เป็นสถาปัตยกรรม x86-64
สร้างผู้ใช้เฉพาะสำหรับเซิร์ฟเวอร์
เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรรันเซิร์ฟเวอร์ด้วย root ให้สร้างผู้ใช้แยกต่างหาก
sudo adduser --disabled-password --gecos "" mcbedrock
sudo su - mcbedrock
mkdir ~/bedrock && cd ~/bedrock
การแยกผู้ใช้ทำให้จำกัดสิทธิ์ได้ หากเกิดช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ก็จะไม่กระทบทั้งระบบ
ดาวน์โหลดและติดตั้ง Bedrock Server
ให้เข้าเว็บทางการ minecraft.net หน้าดาวน์โหลด Bedrock Dedicated Server สำหรับ Linux แล้วคัดลอกลิงก์ไฟล์ zip เวอร์ชันล่าสุดมาใช้ (ลิงก์เปลี่ยนทุกครั้งที่อัปเดต จึงควรดึงจากหน้าเว็บจริงเสมอ)
# ติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็น
sudo apt update && sudo apt install -y unzip curl
# ดาวน์โหลด (แทน URL ด้วยลิงก์ล่าสุดจาก minecraft.net)
cd ~/bedrock
curl -O https://minecraft.azureedge.net/bin-linux/bedrock-server-x.xx.x.xx.zip
# แตกไฟล์
unzip bedrock-server-*.zip
เมื่อแตกไฟล์เสร็จจะได้ไฟล์ bedrock_server, server.properties และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ครบ
ตั้งค่า server.properties
ไฟล์ server.properties คือศูนย์กลางการตั้งค่าทั้งหมด เปิดด้วย nano server.properties แล้วปรับค่าสำคัญ
server-nameชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้เล่นเห็นgamemodeโหมดเกม (survival/creative/adventure)difficultyระดับความยาก (peaceful/easy/normal/hard)max-playersจำนวนผู้เล่นสูงสุดlevel-nameชื่อโฟลเดอร์โลกallow-cheatsเปิด/ปิดคำสั่งโกงonline-modeตั้งtrueเพื่อบังคับตรวจสอบบัญชี Xbox Live ของผู้เล่น (แนะนำเพื่อความปลอดภัย)server-portปกติคือ 19132 ส่วน IPv6 ใช้server-portv6=19133
server-name=AsiaGB Bedrock
gamemode=survival
difficulty=normal
max-players=10
level-name=Bedrock level
allow-cheats=false
online-mode=true
server-port=19132
server-portv6=19133
ข้อควรระวัง: การตั้ง online-mode=true จะบังคับให้ผู้เล่นทุกคนต้องผ่านการยืนยันบัญชี Xbox Live หากตั้งเป็น false ใคร ๆ ก็ปลอมชื่อเข้ามาได้ ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยและการโกง
เปิดพอร์ตบนไฟร์วอลล์
จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลืมว่า Bedrock ใช้ UDP ไม่ใช่ TCP หากเปิดพอร์ตผิดโปรโตคอล ผู้เล่นจะเชื่อมต่อไม่ได้เลย
sudo ufw allow 19132/udp
sudo ufw allow 19133/udp # สำหรับ IPv6
sudo ufw reload
sudo ufw status
ถ้าผู้ให้บริการมีไฟร์วอลล์ระดับ network เพิ่มเติม อย่าลืมเปิด 19132/UDP ในหน้าจัดการของผู้ให้บริการด้วย
รันเซิร์ฟเวอร์และให้ทำงานเบื้องหลัง
ตัวไบนารีของ Bedrock ต้องระบุ LD_LIBRARY_PATH=. เพื่อให้หาไลบรารีที่แนบมาเจอ
cd ~/bedrock
LD_LIBRARY_PATH=. ./bedrock_server
แต่ถ้าปิด SSH เซิร์ฟเวอร์จะดับตาม จึงควรใช้ screen หรือ tmux เพื่อให้รันค้างไว้
sudo apt install -y screen
screen -S bedrock
cd ~/bedrock && LD_LIBRARY_PATH=. ./bedrock_server
# กด Ctrl+A ตามด้วย D เพื่อออกจากหน้าจอโดยไม่ปิดเซิร์ฟเวอร์
# กลับเข้าไปดูด้วย: screen -r bedrock
สำหรับการใช้งานจริงระยะยาว แนะนำสร้าง systemd service เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์เริ่มเองอัตโนมัติเมื่อรีบูต และรีสตาร์ตให้เมื่อ crash ซึ่งจัดการง่ายและเสถียรกว่ามาก
เชื่อมต่อจากไคลเอนต์และดูแลระยะยาว
ในเกม Bedrock ให้ไปที่ Play > Servers > Add Server แล้วกรอกชื่อ, ที่อยู่ IP ของ VPS และพอร์ต 19132 ผู้เล่นมือถือและ Windows 10/11 จะเข้าได้ทันที ส่วนผู้เล่น Xbox อาจต้องใช้วิธี DNS ตามที่กล่าวไปข้างต้น
งานดูแลที่ควรทำสม่ำเสมอ
- สำรองโฟลเดอร์
worlds/เป็นประจำ นี่คือข้อมูลโลกทั้งหมดของคุณ - อัปเดตซอฟต์แวร์เมื่อ Mojang ออกเวอร์ชันใหม่ เพราะไคลเอนต์ที่อัปเดตแล้วจะเข้าเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชันเก่าไม่ได้
- ตรวจ log และการใช้ RAM/CPU เพื่อปรับ
max-playersให้เหมาะกับเครื่อง - จัดการ whitelist และ permissions.json สำหรับผู้เล่นและแอดมิน
เมื่อวางระบบครบแล้ว เซิร์ฟเวอร์ Bedrock บน VPS จะทำงานเงียบ ๆ เบื้องหลังให้เพื่อน ๆ เข้ามาเล่นด้วยกันได้ตลอดเวลา ด้วยต้นทุนที่ต่ำและควบคุมได้เต็มที่ เหมาะทั้งกลุ่มเพื่อนเล็ก ๆ ไปจนถึงคอมมูนิตี้ขนาดกลาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Bedrock Server ใช้พอร์ตอะไร และเป็น TCP หรือ UDP?
พอร์ตเริ่มต้นคือ 19132 สำหรับ IPv4 และ 19133 สำหรับ IPv6 ทั้งคู่เป็น UDP ไม่ใช่ TCP หากเปิดพอร์ตผิดโปรโตคอลบนไฟร์วอลล์ ผู้เล่นจะเชื่อมต่อไม่ได้เลย ให้ใช้คำสั่ง sudo ufw allow 19132/udp เสมอ
รัน Bedrock Server บน VPS ที่เป็น ARM ได้ไหม?
ไม่ได้โดยตรง ตัวไบนารีของ Mojang คอมไพล์มาสำหรับ x86-64 เท่านั้น หากอยากรันบน ARM ต้องใช้ตัวจำลองอย่าง box64 ซึ่งซับซ้อนและประสิทธิภาพตกลง จึงควรเลือก VPS สถาปัตยกรรม x86-64 ที่ใช้ Ubuntu หรือ Debian ตั้งแต่แรก
ผู้เล่น Xbox เข้าเซิร์ฟเวอร์ของฉันได้ไหม?
มีข้อจำกัด Microsoft ไม่เปิดช่องให้ Xbox ใส่ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ภายนอกโดยตรงในเมนูมาตรฐาน ผู้เล่นคอนโซลจำนวนมากใช้วิธีอ้อมด้วยการแก้ค่า DNS ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการและอาจใช้ไม่ได้เสมอไป ผู้เล่นมือถือและ Windows 10/11 เข้าได้ตรงกว่า
Bedrock Server ใช้ปลั๊กอินแบบ Java ได้ไหม?
ไม่ได้ Bedrock กับ Java เป็นคนละระบบนิเวศ ปลั๊กอิน Bukkit/Spigot ใช้ไม่ได้ ฝั่ง Bedrock ใช้ Add-ons แบบ behavior/resource pack แทน หากต้องการปลั๊กอินยืดหยุ่นชุมชนนิยมใช้ PocketMine-MP หรือ Nukkit และถ้าอยากให้ Java กับ Bedrock เล่นร่วมกันต้องใช้พร็อกซี Geyser + Floodgate
พร้อมเปิดเซิร์ฟเวอร์ Minecraft ของคุณแล้วหรือยัง?
AsiaGB VPS Linux (SSD, DirectAdmin, uptime 99%) เริ่มต้น 500 บาท/เดือน ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย/สิงคโปร์ ปิงต่ำ เหมาะกับเซิร์ฟ Minecraft ทุกขนาด
ดูแพ็กเกจ VPS