สาเหตุที่ WordPress มักมีปัญหาบน Shared Hosting
Shared Hosting คือการแชร์ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ร่วมกับผู้ใช้คนอื่น ทำให้มีการจำกัดการใช้งาน RAM, CPU และการตั้งค่า PHP อย่างเข้มงวด ค่า default ของ PHP memory_limit บน Shared Hosting มักอยู่ที่ 64MB หรือ 128MB ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับ WordPress ที่ติดตั้งปลั๊กอินจำนวนมาก นอกจากนี้ max_execution_time และ upload_max_filesize ก็มักถูกจำกัดไว้ในค่าต่ำเช่นกัน
WordPress เป็น CMS ที่ขยายตัวได้ง่าย แต่ปลั๊กอินและธีมสมัยใหม่ต้องการทรัพยากรมากขึ้นเรื่อย ๆ WooCommerce ต้องการ RAM อย่างน้อย 256MB, Page Builder อย่าง Elementor ต้องการทั้ง CPU และ RAM สูง และปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast มีการประมวลผลทุกครั้งที่โหลดหน้า การใช้งานหลายปลั๊กอินพร้อมกันอาจทำให้หน่วยความจำหมดได้ทันที
ผู้ใช้ DirectAdmin บน AsiaGB สามารถตรวจสอบการใช้ทรัพยากรได้ที่ DirectAdmin Dashboard โดยดูที่ MySQL Usage, Disk Usage และ CPU/Memory ใน Account Information หน้าหลัก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากทรัพยากรที่หมดหรือมีสาเหตุอื่น AsiaGB Hosting ใช้ SSD ซึ่งช่วยลดเวลาในการอ่านเขียนข้อมูลของ MySQL และไฟล์ WordPress ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ HDD แบบเดิม ทำให้ WordPress โหลดได้เร็วขึ้นแม้อยู่บน Shared Hosting
ก่อนแก้ไขปัญหาใด ๆ ให้บันทึกสำเนาไฟล์ wp-config.php, .htaccess และสำรองข้อมูล Database ไว้ก่อนเสมอ เพื่อให้สามารถ restore ได้หากเกิดปัญหาระหว่างแก้ไข
แก้ "Fatal error: Allowed memory size" — Memory Limit Exceeded
ข้อผิดพลาด "Fatal error: Allowed memory size of XXXXXXX bytes exhausted" เกิดขึ้นเมื่อ PHP Script ใช้หน่วยความจำเกินกว่าที่ตั้งค่าไว้ใน php.ini สาเหตุหลักได้แก่ WooCommerce ที่โหลด Cart และ Session ขนาดใหญ่, Page Builder เช่น Elementor หรือ WPBakery ที่ render ชั้น CSS และ JavaScript หลายชั้น, ปลั๊กอิน WPML ที่โหลดข้อมูลหลายภาษา และปลั๊กอิน Revolution Slider ที่ประมวลผล Slider ขณะโหลดหน้าเว็บ
มีสามวิธีหลักในการเพิ่ม Memory Limit ซึ่งสามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือรวมกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับสิทธิ์การเข้าถึงที่โฮสติ้งอนุญาต ให้ลองวิธีที่ 1 ก่อน หากไม่ได้ผลให้ลองวิธีถัดไป
วิธีที่ 1: แก้ไขในไฟล์ wp-config.php
เปิดไฟล์ wp-config.php ผ่าน DirectAdmin File Manager แล้วเพิ่มบรรทัดนี้ก่อนบรรทัด "That's all, stop editing!"
define('WP_MEMORY_LIMIT', '256M');
define('WP_MAX_MEMORY_LIMIT', '512M');
วิธีที่ 2: แก้ไขใน .htaccess
เปิดไฟล์ .htaccess ในโฟลเดอร์ root ของ WordPress แล้วเพิ่มบรรทัดนี้ในส่วนบนของไฟล์ก่อน "# BEGIN WordPress"
php_value memory_limit 256M
วิธีที่ 3: แก้ไขใน php.ini
สร้างหรือแก้ไขไฟล์ php.ini ในโฟลเดอร์ root ของ WordPress โดยใส่ค่าดังนี้
memory_limit = 256M
หลังแก้ไขแล้ว ให้ตรวจสอบผลโดยสร้างไฟล์ phpinfo.php ชั่วคราวในโฟลเดอร์ WordPress แล้วเปิดผ่าน Browser ค้นหาค่า "memory_limit" เพื่อยืนยันว่าค่าเปลี่ยนแล้ว จากนั้นลบไฟล์ phpinfo.php ออกทันที บน DirectAdmin สามารถแก้ไขได้ที่ Extra PHP Configuration ใน PHP Configuration section ของ Domain Setup เช่นกัน
แนะนำให้ตั้ง memory_limit อย่างน้อย 256M สำหรับ WordPress ทั่วไป และ 512M หากใช้งาน WooCommerce ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าและคำสั่งซื้อจำนวนมาก
แก้ HTTP Error 500 Internal Server Error บน WordPress Hosting
HTTP Error 500 คือข้อผิดพลาดที่เกิดบนฝั่ง Server โดยไม่มีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในหน้าจอ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในการใช้งาน WordPress บน Shared Hosting ได้แก่ ไฟล์ .htaccess เสียหายหรือมีคำสั่งที่ Server ไม่รองรับ, ปลั๊กอินขัดแย้งกัน, หน่วยความจำหมด หรือ PHP Syntax Error ในไฟล์ functions.php ของธีมที่กำลังใช้งาน
ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามลำดับจนกว่าจะพบสาเหตุที่แท้จริง
ขั้นตอนที่ 1: เปลี่ยนชื่อ .htaccess เป็น .htaccess.bak
เข้า DirectAdmin File Manager ไปที่โฟลเดอร์ root ของ WordPress (โดยปกติคือ public_html) แล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์ .htaccess เป็น .htaccess.bak หากหน้าเว็บกลับมาใช้งานได้ ให้ไปที่ WordPress Admin > Settings > Permalinks แล้วกด Save Changes เพื่อให้ WordPress สร้างไฟล์ .htaccess ใหม่ที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 2: ปิดปลั๊กอินทั้งหมดผ่าน File Manager
ไปที่โฟลเดอร์ wp-content/plugins/ ผ่าน File Manager ใน DirectAdmin แล้วเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ "plugins" เป็น "plugins_disabled" WordPress จะไม่สามารถโหลดปลั๊กอินใด ๆ ได้ หากหน้าเว็บกลับมาปกติ ให้เปลี่ยนชื่อกลับเป็น "plugins" แล้วค่อย ๆ เปิดปลั๊กอินทีละตัวเพื่อหาตัวที่มีปัญหา
ขั้นตอนที่ 3: เปลี่ยนธีมเป็น Default (Twenty Twenty-Four)
หากปลั๊กอินไม่ใช่สาเหตุ ให้ลองเปลี่ยนธีมเป็น Twenty Twenty-Four หรือ Twenty Twenty-Five โดยเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ธีมปัจจุบันใน wp-content/themes/ WordPress จะ fallback ไปใช้ธีม default อัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 4: เพิ่ม Memory Limit
ทำตามวิธีเพิ่ม memory_limit ที่ระบุในหัวข้อก่อนหน้า เพราะ Error 500 จำนวนมากมีสาเหตุจาก memory exhaustion ที่เกิดขึ้นโดย WordPress ไม่แสดงข้อความ "Allowed memory size" ออกมา
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจ Error Log ใน DirectAdmin
ใน DirectAdmin ไปที่ Extra Features > Error Logs หรือตรวจสอบไฟล์ error.log ในโฟลเดอร์ logs/ ของ Domain ผ่าน File Manager รายละเอียดใน Error Log จะบอกตรง ๆ ว่าข้อผิดพลาดเกิดที่ไฟล์ใด บรรทัดใด ซึ่งช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุด
ตัวอย่าง .htaccess มาตรฐานสำหรับ WordPress ที่สะอาดและใช้งานได้
# BEGIN WordPress
<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteBase /
RewriteRule ^index\.php$ - [L]
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]
</IfModule>
# END WordPress
แก้ ไฟล์ภาพ/วิดีโออัพโหลดไม่ได้ใน WordPress (max upload size)
เมื่อพยายามอัพโหลดไฟล์ใน WordPress แล้วได้รับข้อความ "The uploaded file exceeds the upload_max_filesize directive in php.ini" หรือ "HTTP Error" นั่นหมายความว่า PHP ไม่อนุญาตให้อัพโหลดไฟล์ขนาดนั้น ค่าที่เกี่ยวข้องมีสามตัวหลักที่ต้องแก้พร้อมกัน ได้แก่ upload_max_filesize, post_max_size และ max_execution_time
ค่าเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ post_max_size ต้องมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ upload_max_filesize เสมอ และ max_execution_time ต้องมีค่ามากพอให้ไฟล์ขนาดใหญ่อัพโหลดได้ทัน
วิธีแก้ผ่าน php.ini
upload_max_filesize = 64M
post_max_size = 64M
max_execution_time = 300
max_input_time = 300
วิธีแก้ผ่าน .htaccess
php_value upload_max_filesize 64M
php_value post_max_size 64M
php_value max_execution_time 300
php_value max_input_time 300
วิธีแก้ผ่าน wp-config.php
@ini_set('upload_max_size', '64M');
@ini_set('post_max_size', '64M');
@ini_set('max_execution_time', '300');
บน DirectAdmin สามารถแก้ไขค่า PHP ได้ที่ Domain Setup > PHP Configuration > Extra PHP Configuration แล้วใส่ค่าตามที่ต้องการ หลังแก้ไขแล้วให้ไปที่ WordPress Admin > Media > Add New เพื่อตรวจสอบว่าขนาดไฟล์สูงสุดที่แสดง (เช่น "Maximum upload file size: 64 MB") ได้เปลี่ยนแปลงตามที่ตั้งไว้หรือไม่
สำคัญ: ค่า post_max_size ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ upload_max_filesize เสมอ หากตั้ง upload_max_filesize เป็น 64M แต่ post_max_size ยังเป็น 8M จะไม่สามารถอัพโหลดไฟล์ขนาดเกิน 8M ได้แม้จะแก้ค่าแรกแล้ว
แก้ WordPress ขึ้น White Screen of Death (WSOD)
White Screen of Death คือหน้าจอขาวเปล่าที่ไม่มีข้อความหรือเนื้อหาใด ๆ เกิดขึ้นจาก PHP Fatal Error ที่ทำให้ WordPress หยุดทำงานก่อนที่จะส่ง HTML ใด ๆ มายังเบราว์เซอร์ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ปลั๊กอินขัดแย้งกัน, PHP syntax error ในไฟล์ functions.php ของธีม หรือหน่วยความจำหมดระหว่าง render หน้า
ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือเปิด Debug Mode เพื่อดูรายละเอียดของข้อผิดพลาด โดยแก้ไขไฟล์ wp-config.php ดังนี้
define('WP_DEBUG', true);
define('WP_DEBUG_LOG', true);
define('WP_DEBUG_DISPLAY', false);
เมื่อตั้งค่า WP_DEBUG_DISPLAY เป็น false ข้อผิดพลาดจะไม่แสดงบนหน้าจอ (เพื่อความปลอดภัย) แต่จะถูกบันทึกลงในไฟล์ wp-content/debug.log แทน ให้เปิดไฟล์นั้นผ่าน DirectAdmin File Manager เพื่ออ่านรายละเอียดว่า error เกิดจากไฟล์ใดและบรรทัดใด
หากพบว่าปัญหาเกิดจากปลั๊กอิน ให้เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ plugins ใน wp-content/ เพื่อปิดปลั๊กอินทั้งหมด หากเกิดจากธีม ให้เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ธีมที่ใช้งานอยู่ ถ้าสงสัยว่าเกิดจาก PHP Version ให้ไปตรวจสอบที่ DirectAdmin PHP Version Manager และเปลี่ยนเป็น PHP เวอร์ชันที่ Plugin หรือธีมนั้นรองรับ เช่น Plugin บางตัวยังไม่รองรับ PHP 8.x ต้องกลับมาใช้ PHP 7.4
แก้ Error "Your PHP installation appears to be missing the MySQL extension"
ข้อความ "Your PHP installation appears to be missing the MySQL extension which is required by WordPress" หมายความว่า PHP Extension ที่ชื่อว่า mysqli หรือ mysqlnd ยังไม่ถูก enable บน PHP Version ที่กำลังใช้งานอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยน PHP Version ไปเป็นเวอร์ชันใหม่โดยที่ Extension ที่จำเป็นไม่ได้ถูก enable ตาม
วิธีแก้ไขบน DirectAdmin
- ล็อกอินเข้า DirectAdmin ด้วยบัญชีผู้ใช้ของคุณ
- ไปที่ Domain Setup หรือเลือก Domain ที่ต้องการ
- เลือก PHP Version Selector เพื่อดูและเปลี่ยน PHP Version
- เลือก PHP 7.4, 8.0, 8.1 หรือ 8.2 ขึ้นอยู่กับ Plugin ที่ใช้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Extension "mysqli" และ "mysqlnd" ถูก enable อยู่ในรายการ Extensions
- กด Save แล้วรอสักครู่จนระบบ reload PHP Configuration
WordPress 6.x ต้องการ PHP 7.4 ขึ้นไป แต่แนะนำให้ใช้ PHP 8.1 หรือ 8.2 เพราะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างชัดเจน PHP 8.1 เร็วกว่า PHP 7.4 ประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ตาม Benchmark ของ PHP Foundation หลังเปลี่ยน PHP Version แล้วหากเว็บใช้ OPcache ให้ clear cache ผ่าน DirectAdmin หรือผ่านปลั๊กอิน เพื่อให้ OPcache โหลด bytecode ใหม่จาก PHP Version ที่เปลี่ยน
แก้ WordPress Login Loop (Redirect ไม่หยุด)
Login Loop หรือ Redirect Loop คือปัญหาที่ผู้ใช้กรอกรหัสผ่านแล้วถูก redirect กลับไปหน้า Login ซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถเข้าสู่ระบบ Admin ได้ สาเหตุที่พบบ่อยคือค่า siteurl หรือ home ใน Database ไม่ตรงกับ URL จริงของเว็บ, มีปัญหาเรื่อง Cookie ที่เบราว์เซอร์เก็บไว้ไม่ครบ หรือมีการ redirect SSL ที่ทำให้เกิด Mixed Content และ Cookie ไม่ถูกส่ง
วิธีแก้ที่ 1: กำหนด URL ใน wp-config.php
เปิดไฟล์ wp-config.php แล้วเพิ่มบรรทัดต่อไปนี้โดยแทนที่ example.com ด้วย Domain จริงของคุณ วางไว้ก่อนบรรทัด "That's all, stop editing!"
define('WP_HOME', 'https://example.com');
define('WP_SITEURL', 'https://example.com');
วิธีแก้ที่ 2: ล้าง Cookie และ Cache เบราว์เซอร์
ลองลบ Cookie ทั้งหมดในเบราว์เซอร์แล้วลอง Login ใหม่ในหน้าต่าง Incognito Mode หรือ Private Browsing เพื่อตัดปัญหาเรื่อง Cookie เก่าที่อาจเสียหายหรือหมดอายุ
วิธีแก้ที่ 3: แก้ Database ผ่าน phpMyAdmin ใน DirectAdmin
ใน DirectAdmin ไปที่ MySQL Management แล้วเลือก phpMyAdmin เข้าไปใน Database ของ WordPress เลือกตาราง wp_options แล้วค้นหา option_name ที่ชื่อ "siteurl" และ "home" ตรวจสอบว่าค่า option_value ตรงกับ URL จริงของเว็บ หากไม่ตรงให้คลิก Edit แล้วแก้ไขให้ถูกต้อง
วิธีแก้ที่ 4: Force SSL Redirect ใน .htaccess
RewriteEngine On
RewriteCond %{HTTPS} off
RewriteRule ^(.*)$ https://%{HTTP_HOST}%{REQUEST_URI} [L,R=301]
วิธีแก้ที่ 5: Flush Rewrite Rules
หลังจากแก้ URL แล้ว ไปที่ WordPress Admin > Settings > Permalinks แล้วกด Save Changes โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าใด ๆ เพื่อให้ WordPress สร้าง rewrite rules ใหม่ที่ถูกต้อง
แก้ 404 Not Found หลังติดตั้ง WordPress บน Hosting
ปัญหา 404 Not Found ที่เกิดขึ้นหลังจากติดตั้ง WordPress สำเร็จแล้วส่วนใหญ่เกิดจาก mod_rewrite ไม่ทำงาน หรือไฟล์ .htaccess หายไปหรือมีข้อมูลไม่ถูกต้อง mod_rewrite คือ Apache Module ที่ WordPress ต้องใช้เพื่อแปลง URL รูปแบบสวยงาม เช่น /my-post/ ให้กลายเป็น /?p=1 เบื้องหลัง หาก mod_rewrite ไม่ทำงาน URL ทุก URL ยกเว้นหน้าแรกจะแสดง 404
ขั้นตอนที่ 1: Re-save Permalinks
ไปที่ WordPress Admin > Settings > Permalinks แล้วกดปุ่ม Save Changes โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าอะไร WordPress จะสร้างไฟล์ .htaccess ใหม่ให้อัตโนมัติ วิธีนี้แก้ปัญหาได้ในหลาย ๆ กรณีโดยไม่ต้องทำขั้นตอนอื่น
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบไฟล์ .htaccess ใน DirectAdmin File Manager
ใน DirectAdmin File Manager ไปที่โฟลเดอร์ public_html แล้วตรวจสอบว่ามีไฟล์ .htaccess อยู่หรือไม่ หมายเหตุ: ต้องเปิด "Show Hidden Files" ใน File Manager เพราะ .htaccess เป็นไฟล์ที่ซ่อนอยู่ หากไม่มี ให้สร้างไฟล์ใหม่แล้วใส่โค้ด WordPress มาตรฐาน
# BEGIN WordPress
<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteBase /
RewriteRule ^index\.php$ - [L]
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]
</IfModule>
# END WordPress
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบว่า mod_rewrite ถูก Enable
หาก .htaccess ถูกต้องแล้วแต่ยังมี 404 ให้ติดต่อทีม AsiaGB Support เพื่อตรวจสอบว่า mod_rewrite ถูก enable บนเซิร์ฟเวอร์หรือไม่ ทีมงานสามารถตรวจสอบและเปิดใช้งานได้ทันที ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งคือการติดตั้ง WordPress ไว้ใน Subdirectory เช่น public_html/wordpress/ แต่ต้องการให้ใช้งานได้ที่ Domain หลัก ซึ่งต้องมีการตั้งค่าเพิ่มเติมใน WordPress Admin > Settings > General
วิธีดู PHP Error Log ใน DirectAdmin เพื่อ Debug WordPress
PHP Error Log คือไฟล์ที่บันทึกข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นบน PHP ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการ Debug WordPress บน Shared Hosting เพราะแสดงรายละเอียดที่ละเอียดกว่าข้อความ Error บนหน้าจอมาก รวมถึง Error ที่เกิดก่อน WordPress จะ load ด้วย
บน DirectAdmin สามารถดู Error Log ได้ผ่าน Extra Features หรือ Error Logs ใน Account Manager หรือจะ enable PHP Error Logging เองผ่านไฟล์ php.ini หรือ .htaccess ก็ได้
Enable PHP Error Logging ผ่าน php.ini
log_errors = On
error_log = /home/username/logs/php_errors.log
error_reporting = E_ALL
Enable ผ่าน .htaccess
php_flag log_errors on
php_value error_log /home/username/logs/php_errors.log
เมื่อ enable แล้ว สามารถดู Log ผ่าน DirectAdmin File Manager โดยไปที่โฟลเดอร์ logs/ ในโฟลเดอร์ Home ของ Account หรือโหลดไฟล์มาดูในเครื่องก็ได้ Error ที่พบบ่อยใน Log ได้แก่ "PHP Fatal error: Call to undefined function" (function ถูกเรียกก่อน Plugin load), "PHP Warning: include(): Failed opening" (ไฟล์ที่ include หายไป) และ "PHP Parse error: syntax error, unexpected" (Syntax ผิดพลาดในโค้ดที่เพิ่งแก้ไข)
ความแตกต่างระหว่าง WP Debug Log และ PHP Error Log คือ WP Debug Log (wp-content/debug.log) บันทึกเฉพาะ error ที่ WordPress catch ได้ ในขณะที่ PHP Error Log บันทึก error ทุกระดับรวมถึง error ที่เกิดก่อน WordPress จะ load ด้วย ดังนั้นหาก WordPress ไม่ start เลยให้ดูที่ PHP Error Log ไม่ใช่ WP Debug Log
หลังจาก Debug เสร็จแล้ว อย่าลืม disable error logging และลบไฟล์ debug.log ออก เพราะ Log ที่ยังเปิดอยู่อาจเปิดเผยข้อมูล Path, Database Name หรือ Configuration ที่ละเอียดอ่อนให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเห็นได้
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: ต้องเพิ่ม RAM เครื่อง Server เพื่อแก้ Memory Limit ไหม?
A: ไม่ต้อง การเพิ่ม PHP memory_limit ใน wp-config.php, .htaccess หรือ php.ini เป็นการบอก PHP ว่า Script นี้สามารถใช้ RAM ได้สูงสุดเท่าไร ซึ่งทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่ม Hardware ใด ๆ และเพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาบน Shared Hosting
Q: wp-config.php อยู่ที่ไหน?
A: อยู่ที่ root ของ WordPress installation บน DirectAdmin คือ /home/username/domains/example.com/public_html/wp-config.php สามารถเข้าถึงได้ผ่าน DirectAdmin File Manager หรือ FTP Client ใด ๆ
Q: แก้ Error 500 แล้วยังไม่หาย ต้องทำอะไรต่อ?
A: ให้ติดต่อทีม AsiaGB Support ผ่านระบบ Ticket ที่ billing.in.th เพื่อให้ทีมงานตรวจ Server Error Log โดยตรง ซึ่งจะแสดงรายละเอียดที่ละเอียดกว่าที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้
Q: Plugin ใดที่ทำให้ WordPress กิน Memory มาก?
A: Plugin ที่กิน Memory มากที่สุด ได้แก่ WooCommerce, Elementor, WPBakery, WPML, Revolution Slider และ Plugin Backup ต่าง ๆ ควรใช้เฉพาะ Plugin ที่จำเป็นจริง ๆ และอัพเดทให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
Q: ต้องใช้ PHP Version ไหนกับ WordPress 6.x?
A: WordPress 6.x ต้องการ PHP 7.4 เป็นอย่างน้อย แต่แนะนำให้ใช้ PHP 8.1 หรือ 8.2 เพราะได้ประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับการ Support ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สามารถเปลี่ยน PHP Version ได้ที่ DirectAdmin PHP Selector
พร้อมใช้งาน WordPress Hosting ที่เสถียรแล้วหรือยัง?
AsiaGB Hosting มาพร้อม SSD, PHP ปรับได้, DirectAdmin และ Uptime 99% สำหรับ WordPress โดยเฉพาะ
ดูแพ็กเกจ Hosting