WooCommerce vs Shopify เปรียบเทียบแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์

WooCommerce และ Shopify เป็นแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก แต่สไตล์การทำงานของสองตัวนี้ต่างกันมากมาย WooCommerce เป็น plugin ที่รัน install บนเว็บไซต์ WordPress ของเราเอง ส่วน Shopify เป็นบริการ hosted solution ที่จัดการโครงสร้างทั้งหมดให้

บทความนี้เปรียบเทียบ WooCommerce กับ Shopify อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ราคา ความง่าย ความปลอดภัย ฟีเจอร์ payment gateway และ use case ที่แต่ละตัวเหนือกว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ทีม startup สามารถตัดสินใจได้ชัดเจน

สรุปสั้น: เลือก Shopify ถ้าต้องการตั้งร้านง่าย ไม่รู้ coding ต้องการลูกค้ากำหนดสัญญาระยะสั้น เลือก WooCommerce ถ้ามี WordPress อยู่แล้ว ต้องการความยืดหยุ่นสูง มี developer/IT คนจัดการ ต้องการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

Shopify คืออะไร

Shopify เป็นบริการร้านค้าออนไลน์ hosted (ทั้งหมดอยู่บน cloud ของ Shopify) ที่บริษัทนั้นเป็นผู้ดูแลระบบการทำงาน hosting security update ทั้งหมด ผู้ประกอบการเพียงแค่เข้ามาเลือกสีธีม สินค้า ราคา ค่าธรรมเนียมชำระเงิน ส่งหนี้ก่อนได้ Shopify ก่อตั้งปี 2006 โดยบริษัท Shopify Inc. มีลูกค้านับล้านแสดว่าความน่าเชื่อถืออยู่มาก

WooCommerce คืออะไร

WooCommerce เป็น plugin ฟรี ที่ติดตั้งลงบน WordPress แพลตฟอร์ม blog/เว็บไซต์ ที่ใช้กันมากที่สุดในโลก (ใช้งาน 43% ของเว็บไซต์ทั่วโลกในปี 2026) WooCommerce ให้ความยืดหยุ่นสูง เพราะเราสามารถแก้ไขโค้ด ติดตั้ง plugin เพิ่มเติม เลือก hosting ได้เอง เช่น AsiaGB Hosting ที่ support WordPress + WooCommerce ได้ดี

ตารางเปรียบเทียบรวม

คุณสมบัติShopifyWooCommerce
ราคาเริ่มต้น$29/เดือน (1000฿) + payment feeฟรี + hosting 500-2000฿/เดือน
ตั้งร้านแค่ 5 นาที✅ ได้ทันที❌ ต้อง 30 นาที+ หาก hosting มี
ความยืดหยุ่นรีรื้อปานกลาง (theme + app)สูงมาก (modify code ได้)
Security update/backupShopify ดูแลต้องดูแลเอง หรือ hosting ช่วย
Support chat/email✅ 24/7ต้องหาเอง หรือ plugin developer
Payment gatewayรองรับ 100+ ประเทศกำหนดเอง (PayPal Stripe 2Checkout ฯลฯ)
Theme/PluginApp store มี 1000+ ต้องจ่ายPlugin repository ฟรีร 1000+
รับเงิน PromptPay/QR ไทยต้องใช้ third-party appplugin Omise/2Checkout ใช้ได้
ข้อ limit สินค้าไม่มี แต่ราคา plan ขึ้นตามปริมาณไม่มี limit
Analytics/Reportbuilt-in ในแดชบอร์ดต้องเพิ่ม Google Analytics Jetpack

ความแตกต่างเชิงปฏิบัติ 5 ด้าน

1. ราคา — สะสมกับเวลา

Shopify เริ่มต้นที่ $29/เดือน แต่เมื่อร้านเจริญจนมี transaction สูง payment fee ก็เพิ่มขึ้น ปกติแต่ละ transaction คิด 2.7%-2.9% ของราคาสินค้า บวกกับค่าธรรมเนียม $0.30 ต่อรายการ ถ้าขายได้ 100,000 บาท/เดือน ค่า payment fee อาจถึง 3,000 บาท WooCommerce ถ้าใช้ hosting AsiaGB 500 บาท/เดือน + domain 500 บาท/ปี + SSL 1000 บาท/ปี ค่า payment fee ขึ้นกับที่ใช้ (PayPal 2.2% Stripe 2.9%) ประหยัดกว่า Shopify เมื่อ transaction มาก

2. ตั้งร้านได้อย่างไร

Shopify ป้อนอีเมล ชื่อร้าน เลือก theme ภายใน 5 นาที ก็ขึ้นได้ ไม่ต้องติดตั้งอะไร ส่วน WooCommerce ต้อง (1) หาและสมัครสมาชิก hosting ที่ support WordPress (2) สร้างเว็บไซต์ WordPress (3) ติดตั้ง WooCommerce plugin (4) ตั้งค่า payment gateway ประมาณ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นกับ technical knowledge

3. ความปลอดภัย — hosting vs Cloud provider

Shopify ใช้ PCI DSS level 1 ซร์ติฟิเคศน์ (สูงสุด) ทำให้ข้อมูล credit card ปลอดภัย เพราะ Shopify เก็บ payment processing เอง WooCommerce ต้องติดตั้ง SSL certificate บน hosting (AsiaGB มี 1000 บาท/ปี) ตั้งค่า security plugin (Wordfence ฯลฯ) อัพเดท WordPress และ plugin ตลอด ถ้า hosting support ไม่ดี อาจมี vulnerability

4. Theme และ Customization

Shopify theme ส่วนใหญ่ต้องจ่าย $180 ขึ้นไป บาง theme ฟรี ต้องเลือกจาก Shopify theme store ที่จำกัด WooCommerce มี theme ฟรี 1000+ ใน WordPress theme repository สามารถหา theme ที่ match ธุรกิจได้ หลากหลาย ทั้งฟรี ทั้งราคาถูก นอกจากนี้ถ้า WooCommerce มี custom requirement สามารถเขียนโค้ด PHP CSS เอง

5. Payment Gateway และการรับเงินท้องถิ่น

Shopify รองรับเกือบ 100 payment gateway แต่ไทย ยังมี limitation ต้องใช้ third-party app เพิ่มเติม สำหรับ PromptPay QR code โอนธนาคาร WooCommerce ใช้ plugin Omise ที่ support PromptPay 2Checkout TrueWallet ได้ครบถ้วน และคนไทยที่ใช้ WooCommerce สำหรับร้านขาย PromptPay มักจะลงตัวกว่า

กรณีศึกษา — เหมาะกับใคร

ใช้ Shopify เมื่อ

ใช้ WooCommerce เมื่อ

Performance และ Scalability

Shopify เป็น SaaS ที่ optimize ให้ความเร็ว และ handle traffic spike ได้ดี เพราะ infrastructure ของ Shopify ใหญ่พอ WooCommerce ต้องอาศัยความ powerful ของ hosting ถ้าใช้ hosting ที่ดี (เช่น AsiaGB VPS) ขึ้นได้เร็ว performance ไม่แพ้ Shopify แต่ต้องจ่ายค่า hosting มากขึ้น

ความมั่นใจและระยะเวลา Lock-in

Shopify ผูกมัดค่อนข้างสูง — ถ้าเสียใจและอยากย้ายออกต้องเดินทางหาวิธี export data ซ่อมแซมหลาย อย่างไม่ได้เขียน CSV หรือ JSON ออกมาได้ทันที WooCommerce database ทั้งหมดอยู่ในมือเราเอง ถ้าอยากย้ายไป Drupal Magento หรือ platform อื่น ทำได้ง่าย

อัพเดตและ Support

Shopify ตัวเองดูแล update ทั้งหมด feature ใหม่ ๆ เพิ่มเองโดยไม่ต้อง action อะไร ส่วน WooCommerce ต้อง manual update WordPress + WooCommerce plugin ตลอด ถ้าไม่ update อาจมี security risk ถ้า hosting provider (เช่น AsiaGB) ช่วย auto-update ก็ดี แต่ต้องเช็คให้ดีว่า compatible ไหม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

WooCommerce กับ Shopify ตัวไหนเหมาะสำหรับมือใหม่

Shopify เหมาะมากสำหรับมือใหม่เพราะตั้งใจให้ใช้ได้ทันที ไม่ต้องติดตั้ง hosting ตั้งค่า database เอง ส่วน WooCommerce ต้องความรู้เกี่ยวกับ WordPress hosting PHP ต่าง ๆ บ้าง แต่ความยืดหยุ่นมากกว่า

WooCommerce ต้องเสียเงินเท่าไหร่

WooCommerce plugin เอง free แต่ต้องเสียค่า hosting (500-5000 บาท/เดือน) + domain (500 บาท/ปี) + SSL (1000 บาท/ปี) + theme/plugin บางตัว ถ้าไม่ใช้ free version ฟีเจอร์ feature อาจต้องเพิ่มเติม

Shopify free ได้ไหมหรือต้องจ่ายเงิน

Shopify มีทดลองใจ 3 วัน ฟรี แต่หลังจากนั้นต้องจ่าย แพ็กเกจเริ่มต้นอยู่ที่ $29/เดือน (ประมาณ 1000 บาท) ขึ้นไปตามแพ็กเกจ ส่วน payment gateway มีค่าธรรมเนียมต่อแต่ละรายการขาย

ร้านค้าที่มีสินค้า 1000+ ชิ้นควรใช้ตัวไหน

WooCommerce เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะไม่มี limitation ในจำนวนสินค้า Shopify รองรับได้หมด แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามปริมาณ เพราะต้องจ่ายค่า plan ที่สูงขึ้น ส่วน WooCommerce ถ้า hosting พอ จำนวนสินค้าไม่ส่งผลต่อราคา hosting

พร้อมสมัครสมาชิก WordPress Hosting สำหรับ WooCommerce?

AsiaGB มี hosting ที่ support WooCommerce ได้ดี พร้อม free SSL certificate เริ่มต้น 500 บาท/เดือน พร้อม PHP 8.3 SSD storage ที่รวดเร็ว

สมัครใช้งาน AsiaGB Hosting